ผวจ.นครศรีธรรมราช ยืนยันไม่ได้ย่อหย่อนต่อมาตรการควบคุมโรคระบาด แต่เป็นการบริหารสถานการณ์โดยยึดหลักเหตุและผล ....
นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวถึงมาตรการการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชว่า ทุกคนต้องทำตามมาตรการที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด หากเดินทางเข้ามาในพื้นที่จะต้องไปรายงานตัวและกักตัวเองเพื่อดูอาการให้ครบ 14 วัน และอย่าถือโอกาสจากข้อจำกัดเรื่องจำนวนเจ้าหน้าที่ แล้วเพิกเฉยต่อมาตรการ โดยทุกคนต้องร่วมรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งที่ผ่านมาอาจจะมีบุคคลที่เดินทางกลับจากทำธุระจากกรุงเทพมหานครและปริมณฑลแล้วตกหล่นเพิกเฉยต่อมาตรการเฝ้าระวัง ซึ่งเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ โดยทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ปรับแผนการปฏิบัติงานใหม่โดยให้ชุมชน ท้องถิ่นเข้ามาดำเนินการคุมเข้มบุคคลที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดอย่างจริงจัง โดยในภาพรวมสถานการณ์ในหมู่บ้าน/ตำบลต่างๆ ไม่น่าห่วงเพราะทีมเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น อสม. กำนัน/ผู้ใหญ่บ้านมีความเข้มแข็งในการปฏิบัติหน้าที่ แต่ที่น่าห่วงเป็นเขตชุมชนขนาดใหญ่ที่มีตรอก ซอยและประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น ซึ่งกำลังเจ้าหน้าที่ และผู้นำชุมชนไม่สามารถเข้าไปดูแลได้ทั่วถึง จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องให้ทุกคนเคารพซึ่งเกียรติยศและศักดิ์ศรี ของตัวเอง ครอบครัว และวงศ์ตระกูล โดยการร่วมรับผิดชอบต่อสังคมปฏิบัติตนตามมาตรการที่ได้กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชจะไม่มีความรุนแรง แต่พึงระลึกไว้เสมอว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคยังไม่ยุติและทุกคนมีโอกาสติดเชื้อได้ตลอดเวลาหากประมาท ไม่สวมหน้ากากอนามัย และไม่ทำตามมาตรการการป้องกันโรคของกระทรวงสาธารณสุข
นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ยังได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่าตนเองไม่ได้ให้ความสำคัญกับตัวเลขจะมากจะน้อยไม่เป็นไร แต่ขอให้อยู่ภายใต้ความพยายามและความตั้งใจอย่างเต็มที่ของทุกฝ่าย ภายใต้แนวทางการบริหารสถานการณ์อย่างมีเหตุและผล หากทุกคนทุกฝ่ายได้ร่วมกันทำอย่างเต็มที่แล้วก็พร้อมที่จะรับทุกสถานการณ์และเดินหน้าเพื่อร่วมแก้ปัญหาต่อไป พร้อมทั้งยืนยันว่าจังหวัดนครศรีธรรมราชไม่ได้ย่อหย่อนต่อมาตรการใดๆ ทั้งการป้องกัน การควบคุมโรคยังคงดำเนินการอย่างเคร่งครัด หากพบการกระทำผิดกฎหมาย ข้อกำหนด หรือข้อบังคับก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างจริงจัง และแม้จะมีการอนุญาตให้ร้านเสริมสวย แต่งผมหรือตัดผม และสถานเสริมความงาม เปิดให้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2563 ทั้งนี้เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบอาชีพดังกล่าว หลังจากถูกประกาศให้ปิดชั่วคราวมาตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 แต่เป็นการอนุญาตภายใต้มาตรการที่กำหนดไว้ โดยผู้ประกอบการจะต้องจัดให้มีการเว้นระยะห่างทางสังคมของผู้รับบริการ (Social Distancing) อย่างน้อย 2 เมตร ให้ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัส ก่อนให้บริการผู้มารับบริการรายต่อไป และผู้ประกอบการและผู้ให้บริการ ต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า มีการจัดเตรียมแอลกอฮอล์เจล หรือที่ล้างมือด้วยสบู่ ก่อนและหลังการรับบริการ โดยจะมีเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบทุกร้านอย่างต่อเนื่อง และหากพบการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558
จำนวนผู้เข้าชม :2801 View
ชื่อผู้ฝากข่าว :
ดีเจโอ๊ค ศุภชัย
สถานที่ :
นครศรีธรรมราช
2020-04-11 20:26:46