????อธิบาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 3
????#ผู้ที่ได้รับยกเว้นCurfew
cr. ด่วน! นายกฯประกาศใหม่บุคคล 7 ประเภท ออกนอกบ้านได้หลังเคอร์ฟิว - https://www.prachachat.net/politics/news-447672
????????♂️ ผู้ที่จะเข้าข้อยกเว้นการห้ามออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 22.00 นาฬิกาถึง 04.00 นาฬิกาของวันรุ่งขึ้น (Curfew) ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ฉบับที่ 3 (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 3) ข้อ
????????♂️ ผู้ที่จะเข้าข้อยกเว้นการห้ามออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 22.00 นาฬิกาถึง 04.00 นาฬิกาของวันรุ่งขึ้น (Curfew) ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ฉบับที่ 3 (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 3) ข้อ 1 ที่เพิ่งประกาศออกมาใหม่วันนี้ (10 เม.ย. 63) แทนข้อยกเว้นเดิมของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 2
โดย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 3 กำหนดผู้ที่ได้รับการยกเว้นให้สามารถออกมานอกเคหสถานระหว่างเวลา Curfew ไว้ 2 ประเภทด้วยกัน คือ
✅ 1) ผู้ที่ได้รับการยกเว้นแบบอัตโนมัติ แต่ต้องมีเอกสารหลักฐาน
✅ 2) ผู้ที่มีเหตุจำเป็นซึ่งได้รับอนุญาตเป็นการเฉพาะรายจากพนักงานเจ้าหน้าที่ (ให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจอนุญาต)
โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
______________________________
1️⃣#ผู้ที่ได้รับการยกเว้นแบบอัตโนมัติแต่ต้องมีเอกสารหลักฐาน
ผู้ที่ได้รับการยกเว้นแบบอัตโนมัติ มีอยู่ 6 กลุ่ม ได้แก่ (*แต่ต้องมีเอกสารหลักฐานประกอบด้วย ซึ่งจะอธิบายในส่วนต่อไป)
(1) #เจ้าหน้าที่รัฐ ได้แก่ การปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ช่วยพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม ข้อกำหนด ประกาศ หรือคำสั่งต่าง ๆ ของทางราชการ หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร หรือพลเรือนซึ่งอยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอื่น
????สรุปได้ว่า ข้าราชการหรือพนักงานของรัฐ ไม่ว่าหน่วยใด ประเภทใด รวมถึงผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน เข้าข้อยกเว้นการห้ามออกนอกเคหสถานฯ ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ฉบับ 3 นี้ทั้งหมด ขอเพียงเป็นผู้ที่อยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายเท่านั้น
⭐️ข้อสังเกต หลักฐานที่แสดงว่า เป็นเจ้าพนักงานหรือผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานซึ่งอยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายนั้น ก็ควรจักมีหนังสือรับรองจากหน่วยงานต้นสังกัด ซึ่งตัวอย่างในกรมการปกครอง (ส่วนกลาง) ท่านอธิบดีกรมการปกครองจะเป็นผู้ออกหนังสือรับรองให้เป็นการเฉพาะรายว่า เป็นผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในห้วงเวลา Curfew
(2) #การสาธารณสุข ได้แก่
- ผู้ป่วย
- ผู้มีความจำเป็นต้องพบแพทย์และผู้ดูแลบุคคลดังกล่าว
- แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องปฏิบัติงาน
⭐️ข้อสังเกต ไม่เพียงแต่เฉพาะผู้ป่วย แต่ยังรวมถึงผู้ดูแลซึ่งอาจเป็นญาติหรือเพื่อนของผู้ป่วยด้วย
(3) #การขนส่งสินค้า เพื่อประโยชน์ของประชาชน ได้แก่
- ผู้ขนส่งอาหาร
- ผู้ขนส่งยา เวชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์
- ผู้ขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น น้ำดื่ม ยาสีฟัน แชมพู ฯลฯ
- ผู้ขนส่งผลผลิตการเกษตร
- ผู้ขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง
- ผู้ขนส่งไปรษณียภัณฑ์ พัสดุภัณฑ์ หนังสือพิมพ์
- ผู้ขนส่งสินค้าเพื่อการนำเข้าหรือส่งออก
(4) #การขนส่งหรือขนย้ายประชาชน (กลุ่มเสี่ยง)ได้แก่
- ผู้ขนส่งหรือขนย้ายประชาชนไปสู่ที่เอกเทศของทางราชการหรือของตนเอง เพื่อการเฝ้าระวังหรือกักกันตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ
- ผู้ขนส่งผู้เดินทางมาจากหรือไปยังท่าอากาศยานหรือสถานที่ขนส่งตามที่ทางราชการอนุญาตและให้เปิดทำการได้
(5) #การบริการหรือการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ได้แก่
- ผู้บริการคนไร้ที่พึ่ง
- ผู้บริการเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิงในสถานีน้ำมันเชื้อเพลิง
- ผู้บริการส่งสินค้าหรืออาหารตามสั่ง
- ผู้บริการตรวจสอบหรือซ่อมบำรุงไฟฟ้า ประปา ระบบระบายน้ำ ระบบท่อส่งน้ำมันและก๊าชธรรมชาติ
- ผู้บริการจัดเก็บและกำจัดขยะมูลฝอย
- ผู้บริการซ่อมแชมและปรับปรุงโครงข่ายและอุปกรณ์ในการสื่อสารโทรคมนาคม
- ผู้บริการด้านธนาคาร ตลาดทุน ประกันภัย
- ผู้บริการกู้ภัย การป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติ ผู้จำเป็นต้องดำเนินการในกรณีเกิดอุบัติเหตุ
- ผู้ที่จำเป็นต้องติดต่อราชการกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ ฝ่ายปกครอง หรือพนักงานสอบสวน
(6) การประกอบอาชีพซึ่งจำเป็นต้องกระทำภายในช่วงเวลาพิเศษ (#คนทำงานกลางคืนบางกลุ่ม) ได้แก่ ผู้เข้า ออกเวรยาม กะ หรือการทำงานตามผลัดเวลาที่กำหนดไว้ตามปกติของทางราชการ เอกชน โรงงาน หรือ การดูแลรักษาความปลอดภัย ผู้ประกอบอาชีพประมง การกรีดยาง การตรวจรักษาสัตว์
______________________________
????อย่าลืม!! #ต้องมีเอกสารหลักฐานประกอบด้วย…
ซึ่งในกรณีตาม (1) ถึง (6) นี้ ในเวลา Curfew เมื่อถูกเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจหรือเข้ามาขอตรวจสอบ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 3 กำหนดให้ต้องมีเอกสารประกอบและให้ปฏิบัติตัว ดังนี้
1. แสดง #บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรแสดงตนอย่างอื่น
2. แสดง #เอกสารรับรอง ความจำเป็น เอกสารเกี่ยวกับสินค้า บริการ การเดินทางหรือหลักฐานอื่นๆ ต่อเจ้าหน้าที่
3. ปฏิบัติตัวตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด เช่น สวมใส่หน้ากากอนามัย หรือ Social Distancing เป็นต้น
4. ยินยอมรับการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายจากเจ้าหน้าที่
⭐️ข้อสังเกต จากข้อกำหนดข้างต้น จะเห็นได้ว่า สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลย เมื่อถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจ คือ 1. บัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรแสดงตน และ 2. เอกสารรับรองว่าเป็นผู้ที่ได้รับการยกเว้น
⭐️ #ตัวอย่างเอกสารรับรอง ว่าเป็นผู้ที่ได้รับยกเว้น เช่น
(1) กรณีเป็นเจ้าพนักงานหรือผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน ก็ต้องมี #คำสั่งปฏิบัติหน้าที่ หรือหนังสือรับรองจากหน่วยงานว่าอยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่
(2) กรณีเป็นผู้ป่วย ก็เช่น #ใบนัดตรวจ ใบรับรองแพทย์ บัตรโรงพยาบาล อะไรทำนองนี้เป็นต้น
(3) กรณีเป็นผู้ขนส่งสินค้าที่ได้รับยกเว้น ก็เช่น #ใบรับส่งของ หรือหนังสือรับรองจากบริษัท เป็นต้น
(4) กรณีเป็นผู้ขนส่งหรือขนย้ายประชาชนกลุ่มเสี่ยง ก็ควรจะมีคำสั่งหรือหนังสือรับรอง/#อนุญาตจากเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ
(5) กรณีเป็นผู้บริการส่งอาหาร อย่างน้อยก็ควรมี #ข้อมูลการสั่งอาหาร แสดงได้ หากเป็นพนักงานธนาคาร กู้ภัย หรือปั้มน้ำมัน ก็อาจจักต้องมี #หนังสือรับรองการทำงาน จากสำนักงาน
(6) ผู้ที่ทำงานในเวลากลางคืน เช่น ทำงานโรงงาน หรือเป็น รปภ. ก็พอที่จะให้โรงงานหรือบริษัทออกหนังสือรับรองการทำงานได้
แต่ถ้าเป็นการทำประมง หรือกรีดยาง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร จึงยากที่จะหาเอกสารรับรองมาได้ แต่ผมเชื่อว่า ในทางปฏิบัติในวิถีชีวิตชุมชน เจ้าหน้าที่น่าจะรู้จักหรือ #ใช้ดุลพินิจยกเว้นให้ ได้เอง หรืออาจนำ (7) เรื่องเหตุจำเป็นอื่นๆ มาเทียบเคียง เพื่อให้ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน หรือตำรวจในระดับพื้นที่ พิจารณาอนุญาตเป็นการเฉพาะรายก็ได้ ซึ่ง (7) นี้จะได้อธิบายในส่วนต่อไป
______________________________
????ถ้าไม่ใช่ผู้ที่ได้รับการยกเว้น ตาม 1️⃣ ก็ต้องเป็น…
2️⃣#ผู้ที่มีเหตุจำเป็นซึ่งได้รับอนุญาตเป็นการเฉพาะรายจากพนักงานเจ้าหน้าที่ (ให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจอนุญาต)
ต่อไปเป็นข้อยกเว้นกรณี #เหตุจำเป็นอื่นๆ ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 3 ข้อ 1 (7) นั่นคือ เหตุจำเป็นอื่นๆ #โดยได้รับอนุญาตเป็นการเฉพาะรายจากพนักงานเจ้าหน้าที่
ซึ่ง #พนักงานเจ้าหน้าที่ที่จะอนุญาตได้‼️ ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 3 ข้อ 1 วรรคท้าย ก็ระบุไว้ชัดเจนเลยว่า ได้แก่
1. ผู้ใหญ่บ้าน
2. กำนัน
3. นายอำเภอ
4. ผู้อำนวยการเขต
5. หัวหน้าสถานีตำรวจ
และเปิดช่องเอาไว้ให้กับผู้ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องเพื่ออนุญาต
????สรุปได้ว่า #กรณีพบผู้ออกมานอกเคหสถานระหว่างเวลาCurfew‼️ หากไม่ใช่ผู้ได้รับยกเว้น ตาม (1) - (6) ก็ให้ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ปลัดอำเภอ หรือตำรวจ ฯลฯ #สามารถใช้ดุลพินิจ ว่าจะ #พิจารณาอนุญาตเนื่องจากเห็นว่ามีเหตุจำเป็น ก็ได้ แต่หากไม่เข้าข้อยกเว้นทั้ง 2 ประเภทนี้ ก็จักต้องทำการ #จับกุม ดำเนินคดีข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ต่อไป
????คำเตือน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 2 ข้อ 1 วรรคท้าย กำหนดว่า ผู้ใดฝ่าฝืนข้อนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 18 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน
______________________________
พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 3 ข้อ 2 ยังเปิดช่องให้ในกรณีมีความจำเป็นสมควรยกเว้นความในข้อ 1 เพิ่มเติมเป็นการทั่วไป ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ว่าราชการจังหวัดที่เกี่ยวข้องโดยความเห็นชอบของนายกรัฐมนตรีอาจมีคำสั่ง ยกเว้นผู้ประกอบกิจการอื่นอันมีลักษณะทำนองเดียวกันภายในกรอบของกิจการตามข้อ 1 (1) ถึง (6) เพิ่มเติม โดยอาจกำหนดสถานที่ เงื่อนไข และเงื่อนเวลาด้วยก็ได้
______________________________
พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 3 ข้อ 3 ยังเน้นย้ำด้วยว่า ในกรณีมีการกระทำความผิดตามกฎหมายอื่น เช่น ความผิดต่อทรัพย์ตาม ประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก กฎหมายว่าด้วยยาเสพติด กฎหมายว่าด้วยการพนัน กฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ และเป็นความผิดตามข้อกำหนดออกตามความใน มาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ด้วย ให้ดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดทุกฐานความผิดนั้นโดยเร็ว
จำนวนผู้เข้าชม :2035 View
ชื่อผู้ฝากข่าว :
ดีเจโอ๊ค ศุภชัย
สถานที่ :
ทั่วประเทศไทย
2020-04-11 20:32:23